เข้าใจ Cryptocurrency ผ่าน Infographic

อัพเดตเมื่อ: 27 มี.ค. 2018

ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า ‘Bitcoin’ กันมาบ้างใช่ไหม?


แต่รู้หรือไม่ว่า Bitcoin เป็นเพียง 1 ในกว่า 1,300 สกุลเงินของ Cryptocurrency ทั้งหมดเท่านั้น

ว่าแต่ Cryptocurrency คืออะไรล่ะ?


Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิทัล เป็นเงินสกุลหนึ่งที่ทำหน้าที่เสมือนเงินสดที่ใช้กันทั่วโลก คือใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมูลค่ากันนั่นเอง เพียงแต่สกุลเงินดิจิทัลนั้นจับต้องทางกายภาพไม่ได้ เพราะการซื้อขายจะเกิดขึ้นในโลกดิจิทัลเท่านั้น


แต่สิ่งที่แตกต่างจากเงินทั่วไปก็คือ Cryptocurrency จะต้องใช้การเข้ารหัสผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ภายใต้เทคโนโลยี Blockchain หรือระบบฐานข้อมูลที่ผู้ใช้งานทุกคนในระบบสามารถเห็นข้อมูลได้เหมือนกันหมด และไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังได้ ทำให้เงินทั้งหมดในระบบสามารถถูกตรวจสอบที่มาที่ไปและป้องกันการโกงในรูปแบบต่างๆ ได้


นอกจากนี้ สกุลเงินดิจิทัลและระบบ Blockchain ยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายตัวกลางทางการเงิน ซึ่งหมายถึงการลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการซื้อขายได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะไปญี่ปุ่น เราจะต้องแลกเงินเยน ซึ่งเราจะเสียค่าธรรมเนียมแบบอ้อมๆ จากค่าเงินที่เราแลก และถ้าเราใช้เงินไม่หมดแล้วแลกเงินกลับก็จะเท่ากับเสียเงินอีก แต่หากเราถือเป็นเงิน Cryptocurrency เราสามารถไปญี่ปุ่นได้เลยแบบไม่ต้องแลกเป็นเงินเยน ถือว่าสามารถประหยัดค่าธรรมเนียมไปด้วยนั่นเอง


อย่างไรก็ตาม ในการจะซื้อขายหรือลงทุนด้วยสกุลเงินดิจิทัล ต้องศึกษาหาข้อมูลอย่างดีเสียก่อน เนื่องจากเว็บไซต์ที่ซื้อขาย Cryptocurrency ยังไม่เป็นที่ยอมรับและยังไม่มีความปลอดภัย 100% และบางสกุลเงินอาจยังใช้ไม่ได้จริงและไม่เป็นที่แพร่หลายพอ หลายประเทศรวมทั้งไทยยังคงไม่ยอมรับให้สกุลเงินดิจิทัลเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ดังนั้นจึงยังไม่ถือว่าเงินดิจิทัลเป็น ‘เงิน’ ได้อย่างเต็มตัว


ปัจจุบันมีหลายบริษัทที่เริ่มรับเงินดิจิทัลในการซื้อขายสินค้าแล้ว เช่น Microsoft, Expedia, Bic Camera (ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น) แต่การใช้เงินดิจิทัลในชีวิตประจำวันก็ยังคงอยู่ในวงจำกัด ทำให้คุณสมบัติด้านสภาพคล่องของเงินดิจิทัลในฐานะสื่อกลางการแลกเปลี่ยนสินค้า จึงยังไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีมากนัก


เรียกได้ว่า จริงๆ แล้ว Cryptocurrency ก็เป็นวิวัฒนาการของเงินนั่นเอง จากอดีตที่มนุษย์เริ่มใช้สิ่งของในการแลกเปลี่ยนกัน แล้วพัฒนามาเป็น เงิน ทอง ธนบัตร รวมถึงบัตรเครดิต/เดบิต ในปัจจุบัน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตข้างหน้า สกุลเงินดิจิทัลนี้อาจจะกลายเป็นสกุลเงินหลักที่เราใช้ซื้อของกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก




อ้างอิง : Maibusinesshome, Beartai, Bangkokbiznews

ดู 138 ครั้ง