เช็คลิสต์ 15 ข้อที่บอกว่าคุณพร้อมจะลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง


อยากลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าตัวเองพร้อมแล้วหรือยัง กลัวจะเสียใจทีหลัง MatchLink จะพาไปดูเช็คลิสต์ 15 ข้อ ไว้สำรวจตัวเองว่าพร้อมแค่ไหนที่จะลาออกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน มาสวมบทผู้ประกอบการอย่างเต็มตัว


1. คุณมีแผนธุรกิจเจ๋ง ๆ

การอยากลาออกมาเป็นนายตัวเองนั้นไม่ผิด แต่ถ้าออกมาทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำธุรกิจอะไร บอกเลยว่าผิดมาก! คุณต้องมีแผนธุรกิจที่ดีก่อนเท่านั้นถึงจะเริ่มทำธุรกิจได้ คือเป็นแผนที่ละเอียด รัดกุม มองรอบด้าน เป็นไปได้ มีข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือเป็นเหตุผลประกอบ


2. คุณทำเพราะอยากทำจริง ๆ ไม่ใช่แค่อยากลาออก

สำรวจตัวเองให้แน่ใจว่าที่อยากทำธุรกิจเป็นเพราะคุณอยากทำมันจริงๆ หรือลึกๆ แล้วแค่เกลียดงานประจำที่ทำอยู่เลยอยากจะใช้เป็นข้ออ้างในการหนีไปให้พ้นๆ เท่านั้น ระหว่าง “อยากทำธุรกิจเลยลาออก” กับ “อยากลาออกเลยต้องทำธุรกิจอะไรสักอย่าง” มันต่างกันเยอะเลยล่ะ


3. คุณเริ่มทำตามแผนที่วางไว้ไปบ้างแล้ว

คุณไม่จำเป็นต้องรอให้ลาออกก่อนถึงค่อยเริ่มนับหนึ่ง คุณสามารถทดลองเริ่มธุรกิจของคุณแบบเล็กๆ ในช่วงที่ยังทำงานประจำอยู่ได้ เช่น ทดลองทำอาหารมาขายในที่ทำงานก่อนจะเปิดร้านของตัวเอง หรือผลิตสินค้าล็อตเล็กๆ วางขายง่ายๆ หน้าบ้านหรือบนอินเทอร์เน็ท จะได้รู้ว่าไอเดียธุรกิจเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน มีอะไรที่ต้องแก้ไขบ้าง แถมยังช่วยให้แผนธุรกิจคุณดูมีแต้มต่อเมื่อนำเสนอต่อธนาคารหรือนักลงทุนด้วย


4. คุณมีความสุขกับธุรกิจมากกว่างานประจำที่ทำอยู่

หลังจากที่ได้เริ่มลงมือทำไปแล้วบางส่วน ถ้าคุณรู้สึกสนุกกับการทุ่มเทให้ธุรกิจมากกว่าการนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ เฝ้ารอเวลาเลิกงานเพื่อจะได้กลับไปใช้เวลากับโปรเจคต์ของตัวเอง แบบนี้เรียกว่า “ใจมันไปแล้ว” ที่เหลือก็แค่รอให้ธุรกิจมันลงตัวขึ้นเท่านั้น


5. คุณเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน และลูกน้องให้ความเคารพคุณ

การเป็นเจ้าของธุรกิจมักตามมาด้วยบทบาทของการเป็นนายจ้าง ถ้าในปัจจุบันคุณเป็นเพื่อนร่วมงานที่ทุกคนรักใคร่ และเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องเคารพนับถือ ก็มีแนวโน้มว่าคุณจะเป็นนายจ้างที่ดีได้เช่นกัน


6. คุณยอมรับว่าความล้มเหลวอาจเกิดขึ้นได้

การทำธุรกิจในชีวิตจริงไม่สวยหรูเหมือนภาพโมเดลบนกระดาษ เตรียมกาย ใจ ทุน และแผนสำรองพร้อมแล้วหรือยังที่จะพบกับความผิดหวังและสิ่งไม่คาดคิดมากมาย กว่าจะสำเร็จได้ล้วนต้องมีแผลเต็มตัวกันทั้งนั้น


7. คุณพร้อมแบกความรับผิดชอบมากขึ้นหลายเท่าตัว

พร้อมไหมที่ต้องเป็นทั้งผู้บริหาร เป็นนายจ้างที่ดีของลูกน้อง เป็นพาร์ทเนอร์ที่ดี เป็นผู้เช่าที่ตรงเวลา และเป็นผู้ให้ที่จริงใจกับลูกค้า พร้อมไหมที่จะออกหน้ารับผิดแทนลูกน้อง พร้อมไหมที่จะก้มหัวขอโทษลูกค้าทั้งที่ไม่ใช่ความผิดเราเลยสักนิด ฟังดูเหมือนง่าย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้หรอกนะ


8. คุณพร้อมจะทำงานแบบไม่มีวันหยุด

บางคนคิดว่าการเป็นนายตัวเองนั้นสุดสบาย อยากทำตอนไหนก็ทำ อยากเที่ยวตอนไหนก็ไป บอกเลยว่าคิดผิด เพราะจริงๆ แล้วมันคือการทำงานแบบไม่มีเลิก ไม่มีวันหยุดวันลาต่างหาก ไม่ว่าดึกดื่นแค่ไหน หรือนอนดูดน้ำมะพร้าวอยู่ชายหาด คุณก็ต้องสแตนด์บายพร้อมรับมือปัญหาที่อาจโผล่ขึ้นมาได้ทุกเมื่อ


9. คนในครอบครัวรับรู้และสนับสนุน

การเปลี่ยนมาทำธุรกิจย่อมหมายถึงรายได้ ความมั่นคง และเวลาชีวิตที่เปลี่ยนไปด้วย (แต่จะเปลี่ยนไปในทางไหนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง) ถ้าคุณมีพ่อแม่ ลูกเมียที่ต้องดูแล ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะกระทบถึงชีวิตพวกเขาแน่นอน ฉะนั้นก่อนตัดสินใจอะไรไป อย่าลืมปรึกษาคนข้างหลังให้ดีก่อน


10. คุณมีเงินทุน หรือรู้แหล่งเงินทุน

“เงิน” สำคัญเสมอ มีเงินมากก็มีทางเลือกมาก มีเงินน้อยก็ทางเลือกน้อยหรือไม่มีทางเลือกเลย คุณต้องรู้ว่าคุณจะต้องใช้เงินทุนเท่าไรไปกับอะไรบ้าง จะหาเงินทุนนั้นได้จากที่ไหน และรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะได้มา


11. คุณไม่มีภาระหนี้อื่นๆ มากเกินไป

ถ้าคุณไม่มีหนี้ อย่างแย่ก็แค่เริ่มจากศูนย์ แต่ถ้ามีหนี้เก่าอยู่แล้วมากมาย จะกลายเป็นเริ่มจากติดลบ ยิ่งทำให้คุณพร้อมรับความเสี่ยงได้น้อยลงไปอีก แถมเวลาขอสินเชื่อต่างๆ ก็ทำได้ยากขึ้น ทางที่ดีเคลียร์หนี้เก่าออกไปให้ได้มากที่สุดก่อนดีกว่านะ


12. คุณมีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการทำธุรกิจ

เช่น ความรู้พื้นฐานเรื่องบัญชี การบริหารบุคลากร การปิดการขาย การจัดการซัพพลายเชน การบริหารสินค้าคงคลัง การจัดการเรื่องภาษี การตลาดออนไลน์ ฯลฯ ถึงไม่ได้เรียนด้านบริหารธุรกิจมาโดยตรงก็สามารถหาศึกษาได้จากในหนังสือหรืออินเทอร์เน็ทได้


13. คุณพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา

โลกเปลี่ยนไป ก็มีความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอด ยิ่งเรามีความรู้ทันโลกมากเท่าไร ก็ยิ่งเปิดโอกาสให้ธุรกิจเรามากขึ้นเท่านั้น ถ้าไม่ขยันอัพเดตอาจจะโดนคนอื่นแซงหน้าเอาได้


14. คุณรู้ว่าใครเหมาะจะมาเป็นพาร์ทเนอร์

ไม่มีใครเก่งไปซะทุกอย่าง บางอย่างเราทำเองไม่ได้ แต่เราควรต้องรู้ว่าใครจะช่วยเราได้ดีที่สุด เช่น คนหนึ่งเก่งเรื่องพัฒนาสินค้า คนหนึ่งเก่งเรื่องการตลาด คนหนึ่งเก่งด้านไอที ก็สามารถฟอร์ม Dream Team ขึ้นมาได้เหมือนกัน


15. คุณมี Business Connection ที่กว้างขวางพอ

การมี Business Connection เป็นทางลัดที่ทำให้คุณเริ่มธุรกิจด้วยความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่งได้ เช่น ญาติหรือเพื่อนที่ทำธุรกิจในวงการต่างๆ หรือเข้าถึงบุคคลในแวดวงอุตสาหกรรมที่หลากหลายผ่านการสัมนาหรือการเชื่อมโยงผ่านสื่อออนไลน์ที่เชื่อถือได้


จะว่าไปแล้ว การเริ่มทำธุรกิจในยุคดิจิทัลแบบนี้ก็ถือว่าง่ายกว่าสมัยก่อนหลายอย่าง เพราะเป็นยุคที่คุณสามารถใช้สื่อออนไลน์เข้ามาช่วยเตรียมความพร้อมได้เกือบทุกด้าน ตั้งแต่หาไอเดีย สำรวจตลาด บริการลูกค้า หาแหล่งเงินทุน เข้าถึงความรู้ใหม่ๆ ไปจนถึงการสร้าง Business Connection


อย่างเช่นแอปพลิเคชัน MatchLink ที่ช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าและพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ ได้มหาศาล สร้าง Business Connection เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน และอัพเดตสาระความรู้เพื่อผู้ประกอบรุ่นใหม่


ดาวน์โหลดแอป MatchLink ฟรีได้แล้ววันนี้

iOS [http://bit.ly/IosDownloadMatchLink]

Android [http://bit.ly/AndroidDownloadMatchLink]

ดู 85 ครั้ง